กลุ่ม KTIS ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงกับสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผนึกความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหารที่ปราศจากสาร PFAS เพื่อส่งต่อความปลอดภัยให้ผู้บริโภค โดยเริ่มต้นจากภายในมหาวิทยาลัย ก่อนขยายสู่ประชาชนทั่วไป มั่นใจเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกลุ่ม KTIS ด้วยความมุ่งมั่นที่จะผลิตภาชนะที่ปลอดภัยในราคาที่ผู้บริโภคจับต้องได้ ชูจุดเด่นทั้งประสบการณ์ด้านนวัตกรรมวัสดุชีวภาพ (Bio-material) และฐานการผลิตที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ปราศจากสาร PFAS ที่กระจายผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลก
ㅤ
บริษัท เคทิส วิจัยและพัฒนา จำกัด ในกลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน โดยนายอภิชาต นุชประยูร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (SERI) โดยรองศาสตราจารย์ ดร.พันธวัศ สัมพันธ์พานิช ผู้อำนวยการ สถาบันฯ เพื่อร่วมกันพัฒนางานวิจัยและงานวิชาการด้านความยั่งยืน มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สังคมที่ปลอดภัยจากสาร PFAS (Per-and Polyfluoroalkyl Substances) ที่กำลังเป็นความท้าทายระดับโลกด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
ㅤ
ทั้งนี้ การลงนามดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในพิธี และ ดร.ดารัตน์ ศิริวิริยะกุล วิภาตะกลัศ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่ม KTIS ร่วมแสดงความยินดี โดยมีศาสตราจารย์ เภสัชกร ดร.ปิติ จันทร์วรโชติ รองผู้อำนวยการ SERI และนายปัญญ์ ศิริวิริยะกุล รองผู้อำนวยการฝ่ายไร่ กลุ่ม KTIS ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนาม
ㅤ
รองศาสตราจารย์ ดร.พันธวัศ สัมพันธ์พานิช ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและกลุ่ม KTIS ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับศักยภาพของภาคอุตสาหกรรม เพื่อพัฒนานวัตกรรมบรรจุภัณฑ์อาหารที่ปราศจากสาร PFAS (PFAS-Free) โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และสามารถนำไปใช้จริงในระดับอุตสาหกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมุ่งมั่นที่จะเป็นต้นแบบของสถาบันอุดมศึกษาในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านความยั่งยืน (Sustainability Ecosystem) ที่เชื่อมโยงงานวิจัย นวัตกรรม และการนำไปใช้จริงในสังคม โดยโครงการนี้จะเริ่มนำร่องภายในมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างต้นแบบของการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสาร PFAS ก่อนขยายผลไปสู่สังคมในวงกว้าง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยในระยะยาว
ㅤ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศไทย ที่ขับเคลื่อนการลดการใช้สาร PFAS อย่างเป็นระบบ ผ่านโครงการพัฒนาพื้นที่และผลิตภัณฑ์ปลอดสาร PFAS (PFAS-Free Campus Initiative) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารและสิ่งแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัย โดยโครงการดังกล่าวมีกำหนดเริ่มดำเนินการในเดือนมิถุนายน 2569 และจะเริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการในโรงอาหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทั้งหมด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป
ㅤ
นายอภิชาต นุชประยูร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท เคทิส วิจัยและพัฒนา จำกัด ในกลุ่ม KTIS กล่าวว่า กลุ่ม KTIS มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงนามความร่วมมือกับสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ปลอดสาร PFAS ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกลุ่ม KTIS ในการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลสู่ “Bio-based Industry” อย่างครบวงจร ที่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรชีวภาพควบคู่กับความยั่งยืน โดยคำนึงถึงความห่วงใยด้านสุขภาพของผู้บริโภคต่อสารเคมีตกค้าง ภายใต้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในระดับสากลที่เข้มงวดขึ้น ด้วยความเชื่อมั่นว่าธุรกิจต้องเติบโตไปพร้อมความรับผิดชอบ
ㅤ
“ความร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นสถาบันวิชาการชั้นนำ จึงนับเป็นก้าวสำคัญ เพื่อยกระดับมาตรฐานบรรจุภัณฑ์อาหารให้ปลอด PFAS อย่างมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว โดยในปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญและให้ความสนใจผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของราคาที่ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถเข้าถึงได้ ดังนั้น สิ่งที่กลุ่ม KTIS จะเดินหน้าพัฒนาต่อจากนี้และเป็นความคาดหวังในความสำเร็จของความร่วมมือครั้งนี้ คือ การผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ โดยเราตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำผลิตภัณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เป็นปราศจากสาร PFAS ที่กระจายผลิตภัณฑ์ของเราไปทั่วโลก ไม่ได้จำกัดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น” นายอภิชาต นุชประยูร กล่าว
ㅤ
ทั้งนี้มั่นใจว่าด้วยจุดแข็งทั้งโครงสร้างธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่วัตถุดิบต้นน้ำ (อ้อย) จนถึงผลิตภัณฑ์ปลายน้ำ ประสบการณ์ด้านนวัตกรรมวัสดุชีวภาพ (Bio-material) ฐานการผลิตที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม และระบบควบคุมคุณภาพและการทดสอบที่เข้มงวด ทำให้กลุ่ม KTIS มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาวัสดุทดแทนที่ยังคงคุณสมบัติกันน้ำ กันไขมัน และเหมาะกับการใช้งานเชิงพาณิชย์ โดยไม่พึ่งพาสาร PFAS ซึ่งเป็นอีกก้าวที่สำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารที่ส่งต่อความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อันจะมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและความยั่งยืนของประเทศในอนาคต
ㅤ

