ไม่มีปี่มีขลุ่ย…เลือก “ลุย” หรือ “เลี่ยง”

สำนวนที่ว่า “ไม่มีปี่มีขลุ่ย” หมายถึงไม่มีเค้าลางมาก่อน หรือไม่มีการบอกหรือส่งสัญญาณล่วงหน้า ซึ่งสามารถนำมาใช้กับการลงทุนในหุ้นได้ด้วย

.

เช่น บางครั้งดัชนีราคาหุ้นก็วิ่งขึ้นเร็วและแรงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่บางครั้งก็ร่วงแรงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยได้เช่นกัน

.

               หากนักลงทุนเจอเหตุการณ์เช่นว่านี้ จะทำอย่างไรดี?

.

               อย่างแรก ตั้งสติก่อนครับ อย่าเพิ่งผลีผลามตัดสินใจซื้อหรือขายหุ้นในทันที

.

               เมื่อตั้งสติได้แล้ว ก็พยายามหา “ปี่” หรือ “ขลุ่ย” คือหาเหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและรุนแรงนั้นให้ดีเสียก่อน เพราะบางครั้งสิ่งที่เกิดแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้น มันมีเหตุที่ซ่อนอยู่ เพียงแต่ว่าก่อนหน้านั้นไม่มีใครหามันเจอเท่านั้นเอง

.

               คงเคยได้ยินคำว่า “ฉลาดหลังเหตุการณ์” นะครับ…พอหุ้นตกแรงๆ แล้วก็จะมีเหตุผลสารพัดมาอธิบายว่าทำไมจึงตก ในทางกลับกัน เมื่อหุ้นขึ้นแรงๆ ก็จะมีเหตุผลสนับสนุนการขึ้นนั้นได้ทุกครั้งเช่นกัน

.

                ขั้นต่อมาก็คือ งัดศักยภาพของตนเองที่สะสมความรู้และประสบการณ์ไว้ออกมาใช้ นำมาวิเคราะห์เหตุผลของคนฉลาดหลังเหตุการณ์ให้ได้ว่าเป็นเหตุผลที่น่าเชื่อถือหรือไม่

.

               ถ้าเห็นว่าไม่น่าเชื่อ…จึงจะถึงเวลาที่เราจะต้องทำอะไรสักอย่าง โดยมีอยู่ 2 ทางเลือก คือ “ลุย” หรือ “เลี่ยง”

.

               ถ้าหุ้นร่วงแรงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยและไม่มีคำอธิบายที่น่าเชื่อถือพอ นั่นคือจังหวะ “ลุย”

.

               ถ้าหุ้นพุ่งขึ้นแรงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยและไม่มีคำอธิบายที่น่าเชื่อถือพอ นั่นคือจังหวะ “เลี่ยง”

.

               แต่การ “ลุย” หรือ “เลี่ยง” ที่ว่านั้นก็มีโอกาสผิดพลาดได้ไม่น้อยนะครับ หากนักลงทุนวิเคราะห์ผิด

.

               เช่น หุ้นบางตัวที่ร่วงแรงติดฟลอร์ โดยมีข่าวบางอย่างเข้ามากระทบ แต่นักลงทุนบางคนมองว่าเป็นข่าวที่ไม่น่าเชื่อถือ  จึงลุยช้อนซื้อหุ้นนั้นเข้าไปเต็มๆ แล้วปรากฎว่าข่าวร้ายนั้นกลายเป็นจริงขึ้นมา แบบนี้ต้องรีบเปลี่ยนกลยุทธ์จากลุยมาเป็นเลี่ยงอย่างรวดเร็วเลยนะครับ

.

               จากตัวอย่างข้างต้น เราจะได้แนวคิดอีกด้านหนึ่ง คือ ถ้าเกิดเรื่องร้ายๆ จริง เราต้องเลี่ยง อย่าไปลุย แต่ถ้าเกิดเรื่องดีๆ ขึ้นจริง เราต้องกล้าลุย อย่าไปเลี่ยง

.

               นั่นคือที่มาของคำแนะนำให้ Cut loss หรือขายตัดขาดทุนให้เป็น เมื่อเกิดเรื่องร้าย และรู้จักการปล่อยให้กำไรวิ่งไป หรือ Let Profit Run เมื่อยังมีข่าวดีหนุนอยู่

.

               หากทำได้ตามคำแนะนำข้างต้นนี้…โอกาสที่ท่านจะรวยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก็เป็นไปได้นะครับ

.

จากคอลัมน์   “ปิยมิตร พิชิตหุ้น” นิตยสาร Stock Focus มีนาคม2561