แยกหนี้ครัวเรือนตามอาชีพ ใครรุ่ง-ใครร่วง

ปลายปี 2562 ที่ผ่านมา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพ  หนี้ครัวเรือนไทย ในปีที่ผ่านมาว่า คนไทยมี หนี้ครัวเรือน เฉลี่ยที่ 340,053 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งเป็นอัตราที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านั้นถึง 7.4%

.

หนี้ครัวเรือนเฉลี่ยครัวเรือนละ 340,053 บาทแบ่งเป็นหนี้ในระบบ 59.2% และนอกระบบ 40.8% ส่วนการผ่อนชำระต่อเดือนนั้นพบว่าครัวเรือนมีการชำระหนี้ในระบบเฉลี่ยเดือนละ 16,960 บาทลดลงจากปีก่อน 0.90% ส่วนชำระหนี้นอกระบบเฉลี่ยเดือนละ 5,222 บาทเพิ่มขึ้น 0.56% โดยหนี้นอกระบบส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มีรายได้ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือนและเป็นคนที่มีวงเงินกู้ในระบบเต็มเพดานจึงหันไปกู้นอกระบบ

.

สาเหตุที่ทำให้ หนี้ครัวเรือนไทย สูงขึ้นจนสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ มาจากการที่เศรษฐกิจไทยชะลอตัวจากผลกระทบสงครามการค้า ทำให้ภาคการส่งออกลดลง ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลง นอกจากนี้รายได้ลดลง ค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ประชาชนซื้อสินทรัพย์ที่ถาวร เช่น บ้าน รถ รวมถึงมีการใช้จ่ายบัตรเครดิตมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือเจเนเรชั่นวาย ที่มีการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยและเกินตัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงที่มีการซื้อสินค้าบ่อยครั้งหรือซื้อของจุกจิกเพิ่มขึ้น

.

ที่น่าสนใจคือ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้แยกแยะ “สาเหตุการเกิดหนี้ตามอาชีพ” ไว้ให้ด้วย ที่น่าสนใจเพราะสาเหตุของการเกิดหนี้ จะบ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์หรือพฤติกรรมการใช้จ่ายว่า จะสร้างปัญหาหรือไม่สร้างปัญหาในอนาคตค่ะ

.

อาชีพแรก คือ รับราชการ หนี้อันดับหนึ่งของกลุ่มข้าราชการ เป็นหนี้บ้าน อันดับสอง หนี้รถ และอันดับสาม หนี้บัตรเครดิต ถ้าดูคร่าวๆ จากข้อมูลแค่นี้ พบว่าการก่อหนี้ของข้าราชการไม่ควรจะน่าเป็นห่วงค่ะ เพราะทั้งหนี้บ้านและหนี้รถ ถือเป็นหนี้ที่มีหลักประกัน และเป็นหนี้ดี ดังนั้น ถ้าใครที่อยู่ในกลุ่มนี้แล้วมีปัญหาหนี้เกิดขึ้น ต้องกลับไปดูว่า ปัญหาของเราคือ การก่อหนี้เกินตัวเกินความสามารถในการชำระหนี้ใช่หรือไม่ถ้าใช่ก็จำเป็นต้องหาทางลดภาระหนี้ของตัวเองให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะสร้างปัญหากระทบกับความสามารถในการชำระหนี้บ้าน ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดีของเราค่ะ

.

กลุ่มที่สอง คือ พนักงานเอกชน หนี้ อันดับหนึ่งของกลุ่มนี้ คือ หนี้รถ อันดับสอง หนี้บัตรเครดิต และอันดับสาม คือ หนี้บ้าน ถ้ามองแบบนี้ก็ต้องบอกว่า “น่าห่วง” เพราะ “หนี้รถ” แม้จะเป็นหนี้ดีและเป็นหนี้ที่มีหลักประกันแต่หลายครั้งเราก็พบว่า “รถ” เป็นของฟุ่มเฟือยและเป็นของไม่จำเป็น โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องรายได้ไม่พอกับรายจ่าย เพราะการผ่อนรถไม่ได้หมายถึงค่างวดรถอย่างเดียว แต่ยังมีค่าใช้จ่ายน้ำมันรถ ค่าซ่อมบำรุง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่หลายคนคาดไม่ถึง อย่างเช่นค่าที่จอดรถด้วย

.

ขณะที่หนี้อันดับสอง เป็นหนี้บัตรเครดิต อันนี้ก็ถือว่าเป็นห่วงพอๆ กันค่ะ เพราะหลายครั้งที่การใช้บัตรเครดิตทำให้เราไม่รู้อำนาจซื้อที่แท้จริงของตัวเอง ทำให้เราใช้จ่ายเกินตัว ยิ่งใช้บัตรเครดิตหลายๆ ใบ และใช้จนเต็มวงเงิน พอใช้มากขึ้นเรื่อยๆ หนำซ้ำยังไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด คราวนี้แหละค่ะกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่ทำผลักให้หลายคนต้องเข้าสู่วงจรหนี้นอกระบบแบบที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยว่าไว้ตั้งแต่ต้น

.

กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มอาชีพรับจ้างรายวัน หนี้ อันดับหนึ่งของกลุ่มนี้ คือ หนี้เพื่อการใช้จ่ายทั่วไป อันดันสอง คือ หนี้รถ และอันดับสาม เป็นหนี้ที่เกิดจากการยืมหนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่า กลุ่มนี้ “อาการหนักที่สุด” ค่ะ เพราะหนี้อันดับแรกกับอันดับที่สามนั้น สะท้อนว่า ลูกจ้างรายวันตกอยู่ในวงจรหนี้แบบหาทางออกไม่ได้ ทั้งการยืมมาเพื่อใช้จ่าย ก็หมายถึงรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ยังไม่ต้องพูดถึงการตอบสนองความต้องการของตัวเอง เพราะแค่ “ความจำเป็น” ในการยังชีพก็ยากแล้ว ดีที่สุดคือ ต้องหารายได้เพิ่มขึ้น ใช้จ่ายให้น้อยลง เพื่อให้ชีวิตพอที่จะผ่อนคลายลงได้บ้าง

.

ใกล้เคียงกับกลุ่มที่ 4 คือ เกษตรกร แต่กลุ่มนี้ก็ยังดีกว่ากลุ่มรับจ้างรายวัน เพราะหนี้อันดับหนึ่งคือ หนี้จากการทำเกษตรกรรม อันดับสอง ลงทุนธุรกิจ และอันดับสาม มาจากการใช้จ่ายทั่วไป ที่ว่าดีกว่าเพราะถ้าช่วงไหนพืชผลทางการเกษตรได้ราคาดี ก็ยังพอมีเงินเหลือ แต่ถ้าช่วงไหนที่มีปัญหาเรื่องรายได้หรือเรื่องผลผลิต ก็ต้องหยิบยืมเงินสำหรับการใช้จ่ายทั่วไปเหมือนกัน

.

สำหรับกลุ่มที่ไม่น่าห่วง ได้แก่ กลุ่มสุดท้าย นั่นคือ เป็นกลุ่มเจ้าของกิจการ ซึ่งหนี้อันดับหนึ่ง มาจากการลงทุนในกิจการ อันดับสอง รถ และอันดับสาม บ้าน

.

เริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ลองสำรวจตัวเราเองนะคะว่าเราอยู่ในอาชีพไหนจะหนี้ของเราเหมือนกับกลุ่มไหน  และลองดูว่าพฤติกรรมการก่อหนี้ของเรากำลังจะสร้างปัญหาให้กับตัวเองหรือไม่ถ้าไม่ใช่ก็อย่าประมาทแต่ถ้าใช่ก็ต้องหาทางป้องกันและแก้ไขค่ะ

Comments (0)
Post a Comment