กลุ่ม KTIS ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเยาวชนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อตอบรับภาคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่จะมีบทบาทอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยรับเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดการแข่งขันหุ่นยนต์และกีฬาอีสปอร์ตระดับอาเซียน ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน โดยมีมหาวิทยาลัยเจ้าพระยาเป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งสถาบันการศึกษาและองค์กรในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เผยปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง มีทีมและผู้เข้าแข่งขันมากกว่าการจัดครั้งแรก โดยมีทีมแข่งขันหุ่นยนต์ 737 ทีม และกีฬาอี-สปอร์ต 72 ทีม จำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 3,000 คน
.
ดร.ดารัตน์ ศิริวิริยะกุล วิภาตะกลัศ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร และอธิการบดี มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา เปิดเผยว่า กลุ่ม KTIS ตระหนักดีว่า อุตสาหกรรมต่างๆ ในปัจจุบันและอนาคตจะต้องแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านนี้ จำเป็นต้องพัฒนาตั้งแต่ระดับเยาวชน ดังนั้น กลุ่ม KTIS จึงได้รับเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดการแข่งขันหุ่นยนต์และกีฬาอีสปอร์ตระดับอาเซียน ชิงถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 2 (CPU’2nd ASEAN GRAND PRIX YOUTH ROBOTICS AND ESPORTS COMPETITION 2024) ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยเจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์
.
ทั้งนี้ การแข่งขันดังกล่าวมีมหาวิทยาลัยเจ้าพระยาเป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งสถาบันการศึกษาและองค์กรในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ ทำให้ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากนักเรียนนักศึกษาจากทั่วประเทศ โดยมีทีมเข้าแข่งขันในประเภทต่างๆ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษารวม 809 ทีม จำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 3,000 คน โดยเป็นทีมแข่งขันหุ่นยนต์ 737 ทีม และกีฬาอีสปอร์ต 72 ทีม
.
“การออกแบบหุ่นยนต์เพื่อนำมาทำการแข่งขัน ต้องใช้ความรู้และทักษะในหลายด้าน เช่น ด้านกลศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การออกแบบ รวมไปถึงพื้นความรู้ทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ต่างๆ ดังนั้น จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาเยาวชนได้เป็นอย่างดี” ดร.ดารัตน์กล่าว และเสริมว่า กลุ่ม KTIS ขอชื่นชมผู้ที่มีส่วนร่วมทุกๆ ฝ่าย ที่ผลักดันให้การแข่งขันครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็มีความภูมิใจและมองเห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นในการกระตุ้นความสนใจด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านหุ่นยนต์ของนักเรียนนักศึกษา ทั้งที่มาร่วมแข่งขันกว่า 3 พันคน และที่ติดตามข่าวสารการแข่งขันอีกนับหมื่นคน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการพัฒนาประเทศและโลกของเราในระยะยาว
