ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีสัญชาตญาณของการแข่งขันอยู่ในตัว และการแข่งขันก็เป็นกุญแจสำคัญในการดำรงชีวิต
.
การแข่งขัน แปลความหมายได้ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ ขึ้นอยู่กับบริบท และสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง หากเป็นการแข่งขันถึงขนาด “แก่งแย่งชิงดี” ย่อมมีความหมายเชิงลบ แต่หากเป็นการแข่งขันเพื่อพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น ก็จะเป็นความหมายเชิงบวก
.
และเนื่องจากมนุษย์ทุกคนมิอาจหลีกเลี่ยงการแข่งขันได้ดังนั้นการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขจึงควรทำให้การแข่งขันเป็นเรื่องสนุกเพราะหากทำให้เป็นเรื่องเครียดก็จะต้องเครียดไปทั้งชีวิต
.
ในโลกของการลงทุน นอกจากจะต้องแข่งขันกับคนอื่นแล้ว ยังต้องแข่งขันกับตัวเองด้วย วันนี้ผมจึงอยากแนะนำเทคนิคการแข่งขันกับตัวเองอย่างมีความสุข และยังเป็นการฝึกฝนให้มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนมากขึ้นด้วย
.
แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่าการฝึกลงทุนด้วยการแข่งขันกับตัวเองนี้ต้องมีเงินออมเพื่อการลงทุนในจำนวนที่มากพอเพราะเทคนิคการแข่งขันแบบนี้ต้องแบ่งเงินออกเป็นหลายก้อนเพื่อให้แต่ละก้อนเป็นตัวแทนของการแข่งขันที่แตกต่างกันไป
.
ผมไม่ได้บอกว่า นักลงทุนจะต้องทำตามนี้เป๊ะๆ นะครับ แค่เป็นไอเดีย เป็นแนวคิด ให้นักลงทุนนำไปปรับใช้ให้เข้ากับฐานะและสไตล์ของแต่ละคน
.
เริ่มจากการแบ่งเงินลงทุนออกเป็นส่วนๆโดยยึดหลักของการกระจายความเสี่ยงซึ่งควรจะมีส่วนหนึ่งลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงต่ำแล้วจึงกระจายส่วนที่เหลือไปในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น
.
หากใช้เทคนิคของการแข่งขัน ในส่วนที่เป็นเงินฝากธนาคาร ผู้ลงทุนก็อาจจะแบ่งเงินบางส่วนไปฝากกับสถาบันการเงินที่ให้อัตราดอกเบี้ยสูง
.
ลองเข้าไปดูอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารต่างๆ บนเว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทยก็ได้ครับ เช่น เงินฝากประจำ 6 เดือน บางธนาคารให้อัตราดอกเบี้ยแค่ 0.8% แต่บางธนาคารให้ดอกเบี้ยสูงถึง 1.55-1.65% ซึ่งสูงว่ากันเท่าตัว
.
คนที่เคยอยู่ในเซฟโซนได้ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือน 0.8% มาตลอดหากมีคู่แข่ง (ตัวเอง) ที่สามารถสร้างผลตอบแทนเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัวโดยที่ความเสี่ยงแทบจะไม่ต่างกัน ก็จะรู้สึกสนุกกับการแข่งขันอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
.
สำหรับคนที่ลงทุนในกองทุนรวม หากใช้เทคนิคการแข่งขันกับตัวเอง ก็ย่อมจะไม่ใส่เงินออมทั้งหมดไปในกองทุนใดกองทุนหนึ่งเพียงกองเดียว แต่จะกระจายออกไป เช่น เงินส่วนหนึ่งลงทุนในกอง REIT (กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่า) ส่วนหนึ่งลงทุนในกองทุนหุ้นในประเทศ ส่วนหนึ่งลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ เป็นต้น แล้วก็นำผลตอบแทนการลงทุนของแต่ละกองมาเปรียบเทียบกัน เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนเอากองทุนที่เป็น “ผู้แพ้” ออกไป และสร้างการแข่งขันใหม่ที่เห็นว่าน่าจะเป็นผู้ชนะกองที่เหลืออยู่ได้ แบบนี้ก็จะทำให้สนุกกับการลงทุนมากขึ้น
.
ส่วนคนที่ลงทุนในหุ้นด้วยตนเอง ก็ลองใช้เทคนิคการแข่งขันกับตัวเองดูว่า หุ้นของบริษัทใหญ่ที่มีความั่นคงสูง กับหุ้นบริษัทขนาดกลางที่เติบโตสูง หุ้นตัวไหนจะให้ผลตอบแทนสูงกว่ากัน
.
หรือบางคนสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ก็จัดสรรเงินลงทุนมากกว่า 1 โครงการ เพื่อวัดผลตอบแทนว่าโครงการใดจะเป็นผู้ชนะ
.
การแข่งขันจะช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนทำการบ้านตื่นตัวติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆและเช็คผลตอบแทนของการลงทุนในแต่ละก้อนเป็นระยะๆซึ่งหากเป็นคนที่สนใจลงทุนจริงๆจะรู้สึกสนุกที่ได้แข่งขันกับตัวเอง
.
ย้ำอีกครั้งครับคนที่จะทำแบบนี้ได้ต้องมีความพร้อมทางการเงินในระดับหนึ่งเพราะเงินที่จะนำมาลงทุนแข่งกับตนเองนี้ควรเป็นเงินที่มีความยืดหยุ่นสูงได้ผลตอบแทนมากบ้างน้อยบ้างหรือหากลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงแล้วติดลบไปบ้างก็ไม่ทำให้เดือดเนื้อร้อนใจ
.
ขอให้สนุกกับการแข่งขันกับตัวเองครับ
.
